ก่อนถกวิชากระบี่ ควรรู้จักโครงสร้างกระบี่เสียก่อน

             โครงสร้างกระบี่จำแนกเป็น 2 ส่วนสำคัญคือ ส่วนตัวกระบี่ (劍身 ) และส่วนด้ามจับ (劍把) ตั้งแต่ด้ามจับ จนถึงปลายกระบี่ยาวเป็นเส้นตรงเดียวกัน

              

ภาพที่ 4-2 (4)   โครงสร้างส่วนต่างๆของกระบี่ 

   

             ส่วนตัวกระบี่ (劍身)  จะแคบยาว เรียว มีคมทั้ง 2 ข้าง เรียกว่า คมกระบี่ (劍刃)   ตัวกระบี่แบ่งเป็น 3 ช่วงคือ ช่วงโคนกระบี่ ช่วงกลางกระบี่ และช่วงปลายกระบี่   ช่วงปลายกระบี่ ณ จุดปลายสุดของกระบี่เรียกว่าปลายยอดกระบี่ (劍尖)   ช่วงปลายกระบี่จะคมกริบกว่า แบนบางกว่า และแคบกว่าช่วงกลางกระบี่ และช่วงโคนกระบี่   โครงที่เป็นสันนูนตรงกลางตัวกระบี่เรียกว่า สันกระบี่ (劍背)

             ส่วนด้ามจับ (劍把)  ระหว่างตัวกระบี่ กับด้ามกระบี่มีส่วนที่มีรูปร่างกลมรี แบนกั้นอยู่เรียกว่า โกร่งกระบี่ (劍格)   ปลายโกร่งกระบี่ทั้ง 2 ข้าง บางเล่มบานออก หันไปทางตัวกระบี่   ส่วนที่ใช้มือจับเรียกว่า ด้ามกระบี่ (劍柄     ส่วนท้ายด้ามมีหัวที่ทำจากโลหะเรียกว่า หัวกระบี่ หรือหัวด้าม (劍首、 劍鐔) ปลายหัวกระบี่นั้นจะผูกพู่กระบี่ (劍袍เอาไว้

             ประโยชน์ของพู่กระบี่นั้นต่างจากพู่หางม้าของอาวุธยาวอย่าง ทวน จี่ หรือง้าว   พู่กระบี่นั้นมีไว้เพื่อใช้ดูฝีมือ หรือความถูกต้องของกระบวนท่าเวลาฝึก   การเคลื่อนไหวกระบี่ที่ถูกต้อง พู่จะไม่พันเกะกะข้อมือ ปกติแล้วพู่จะตวัดในทิศทางตรงข้ามกับตัวกระบี่เสมอ    หากฝึกกระบี่แล้วพู่ยังพันเกะกะข้อมือ แสดงว่า ยังส่งแรง หรือมีจังหวะการเคลื่อนไหวผิด ต้องฝึกแก้กระบวนท่านั้นต่อไป

              กระบี่แต่ละเล่มอาจมีรูปลักษณ์ผิดแผกจากกัน แต่ทุกเล่มล้วนมีโครงสร้างดังกล่าวมาเหมือนกัน เช่นนั้นแล้วกระบี่ดีเป็นเยี่ยงไร?  คือ เบา และพลิ้วนั่นเอง

             ต้องเบาเพราะวิชากระบี่มีการเคลื่อนไหวพลิกแพลง หากกระบี่หนักย่อมอืดอาด   ต้องพลิ้วเพราะท่วงท่าของกระบี่ใช้แรงข้อมือจากเส้นเอ็น แรงที่ส่งไปยังปลายกระบี่เป็นแรงสะบัด คล้ายท่าตวัดแส้   เหล็กที่ตีขึ้นเป็นกระบี่จึงต้องเหนียว ยืดหยุ่น เหตุมาจากแรงสะบัดต้องแล่นไปถึงปลายกระบี่ได้   กระบี่พลิ้วหรือไม่ ดูได้จากช่วงปลายกระบี่สั่นระริกยามสะบัดมือแทง หรือเฉือนตัด ผิดกับดาบที่ใช้แรงจากแขนมากกว่า แรงที่ใช้จึงเป็นแรงเหวี่ยง

 

ภาพที่ 4-2 (5)   ภาพแสดงตัวกระบี่ที่มีความอ่อนพลิ้ว


             ถึงกระนั้น รูปลักษณ์กระบี่จะสอดคล้องกับวิชาแต่ละสำนัก กระบี่ของวิชามวยภายนอกที่เน้นแรงกล้ามเนื้อเป็นหลัก เช่น สำนักเส้าหลิน (少林)  ปลายกระบี่จะหนัก และหนากว่ากระบี่ของสำนักมวยภายในที่ใช้พลังภายในเป็นหลัก เนื่องจากน้ำหนักจะทำให้การโจมตีมีพลังทำลายรุนแรงขึ้นตามหลักฟิสิกซ์

             กระบี่ของสำนักมวยภายใน เช่น สำนักบู๊ตึ๊ง (武當)  จะเบาโปร่ง พลิ้ว สมดุลย์ตามหลักมาตราฐาน ใช้พลังภายในเป็นแรงผลักดันการเคลื่อนไหว กระบี่ที่มีน้ำหนักมากกลับเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของมวยที่ไม่ใช้กล้ามเนื้อแบบนี้   กระบี่ต้องเบา ท่วงท่าจึงคล่องแคล่ว ส่วนจะรุนแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับพลังภายในของผู้ใช้

             อีกสาเหตุคือ หลักวิชามวยภายนอกเน้นการใช้แรงปะทะแรง แรงมากชนะแรงน้อย เนื้อโลหะจึงค่อนข้างหนา ทำให้มีน้ำหนักมากกว่ากระบี่ที่ใช้หลักวิชามวยภายในอันมีหลักเลี่ยงแรง หลบการปะทะ กระบี่จึงต้องเบาเพื่อให้ทั้งมือทั้งร่างคล่องแคล่วติดตามการเคลื่อนไหวคู่ต่อสู้ได้ทัน

             นอกจากนี้ยังมีกระบี่ที่ใช้กันของวิชามวยเหนือ และมวยใต้ก็มีความยาวต่างกัน มวยเหนือมีระยะการต่อสู้ค่อนข้างห่าง กระบี่จึงต้องยาว   ส่วนมวยใต้ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด กระบี่จึงสั้นกว่าเพราะสอดคล้องกับหลักเพลงอาวุธ

             กระบี่ใดเหมาะสมกับผู้ใช้คงมีวิธีเลือกหลายแบบ แต่เท่าที่ได้ศึกษาแล้วทราบมามี 2 วิธีคือ

             วิธีที่ 1 ดูจากนิ้วของผู้ใช้เอง   นิ้วชี้ประกบติดนิ้วกลาง นิ้วโป้ง นิ้วนาง และนิ้วก้อยงอรวบกัน   กระบี่ที่เหมาะกับเจ้าของ ช่วงโคนกระบี่จะเสมอเท่ากับความกว้างที่นิ้วชี้ประกบติดกับนิ้วกลาง

             วิธีที่ 2 ดูจากใบหู   มือวางข้างลำตัวกุมกระบี่ ด้ามจับชี้ลง ปลายกระบี่ชี้ขึ้น   หากปลายเสมอกับติ่งหู ถือว่าเป็นกระบี่ที่ยาวได้พอเหมาะกับตัวผู้ใช้

                    

ภาพที่ 4-2 (6)   วิธีการเลือกกระบี่ 

 
    ปล. เนื่องจากบทความนี้เขียนเสร็จในวันเกิดข้าพเจ้า จึงขอกล่าวให้ความเคารพแก่ความรู้ที่ข้าพเจ้าได้อาจารย์หลิวสงฉวนคอยประสิทธิประสาทวิชาให้ ขอให้สิง่ศักดิ์สิทธิ์อำนวยพรให้ท่านอาจารย์เจริญชีวิตด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ 

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (49.48.64.234|49.48.64.234) on 2015-08-12 14:23

ขอบคุณครับ

#1 By ต้อม (103.7.57.18|124.120.96.21) on 2012-10-11 01:17