รายชื่อที่ ๑   กระบี่ ()

             บรรดาศาตราวุธทั้งปวง มีอาวุธเรียวยาววาววับเล่มหนึ่ง ศาสตราวุธที่ถูกกล่าวขานหลายยุคหลายสมัยว่า ‘ราชาแห่งอาวุธสั้น  (短兵之王)’  นั่นคือ กระบี่

             ร่ำลือว่า กระบี่เป็นบรรพชนอาวุธของนักรบ และชาวยุทธจักรทั้งหลายในแผ่นดินจงหยวน   สมัยบุรพกาล กระบี่เป็นเพียงเครื่องป้องกันตัวฉุกเฉินเท่านั้น ต่อมาสมัยราชวงศ์ซางได้สร้างกระบี่ที่ตีจากสำริด รูปลักษณ์กระบี่เวลานั้นตัวคมกระบี่กว้าง และสั้น กล่าวได้ว่า สรีระกระบี่สมัยนั้นอ้วน เตี้ยกว่ากระบี่ปัจจุบัน กระบี่ยุคแรกๆยาวประมาณ 20-40 ซม. ต่อมาจึงค่อยๆเพิ่มความยาวขึ้น จนกระทั่งยาวเกิน 1 เมตร เช่นตอนนี้

             หลังสมัยซีโจวอันเป็นห้วงเวลาแห่งการศึกสงคราม กลียุคยาวนานหลายร้อยปีจนแทบไร้วันจบสิ้น หมู่มนุษย์ดับสูญ กระบี่กลับรุ่งโรจน์ เป็นอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญของทัพทหารราบ   การสร้างศาสตราวุธนี้ก็ปรับปรุงพัฒนา ตีให้ตัวกระบี่ยาวขึ้น ปลายกระบี่คมกริบ   ยิ่งในยุคจั้นกว๋อ การรบด้วยรถม้าศึกเริ่มโรยรา แต่กองทหารราบเฟื่องฟู กระบี่ยิ่งถูกพัฒนา เมื่อเป็นอาวุธสำคัญในสงคราม  วิชากระบี่ก็ได้รับการหล่อหลอมความรู้จนรุดหน้าควบคู่กับกระบี่ที่คุณภาพยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง

             จวบจนรัชสมัยฮั่นอู่ตี้ กระบี่มีความยาวเกิน 1 ม. นับว่ายาวมากกว่าเดิมเกือบ 1 เท่า แต่เดิมคมกระบี่ และปลายกระบี่ค่อนข้างโค้งก็ถูกตีให้เหยียดตรง ปลายกระบี่ก็สร้างให้เรียว แคบ และคมกริบ

             หลังสมัยราชวงศ์ตงฮั่น ทหารม้าเป็นกำลังสำคัญในการศึก ดาบจึงค่อยๆเข้ามาแทนที่กระบี่ ในที่สุดนับแต่สมัยราชวงศ์ถังก็ไม่ปรากฏการใช้กระบี่เป็นอาวุธในขบวนศึก หรือกองทหารระดับล่างอีกเลย

            กระบี่ยุคแรกๆสมัยโบราณนั้น  แต่ละเล่มจะตีขึ้นสำริดที่มีดีบุกผสมอยู่เยอะเพื่อหลอมเป็นส่วนคม และใช้สำริดที่มีดีบุกผสมอยู่น้อยกว่าสำริดแบบแรก มาหลอมเป็นส่วนสันกระบี่

             เนื่องจากปริมาณดีบุกที่ผสมอยู่ในสำริด ยิ่งมีมาก ยิ่งทำให้เนื้อสำริดแข็งแกร่ง ทนทาน ขณะที่สำริดซึ่งดีบุกผสมอยู่น้อยกว่าจะนิ่มกว่า และแข็งแกร่งน้อยกว่า          

             โดยทั่วไป ส่วนคมและสันกระบี่จะหล่อจาก โลหะผสม สำริด โดยมี ดีบุกเป็นส่วนผสม 20และ 10%   จุดประสงค์เพื่อสร้างส่วนคมที่แข็งแกร่งคมกริบ ใช้ฟันแทงได้ดี และมีสันกระบี่ที่ยืดหยุ่นดูดซับแรงกระแทกได้ และใช้ป้องกันการแตกหักด้วย 


ภาพที่ 4-2 (1)   ภาพแสดงสำริดที่ใช้หล่อกระบี่[1] 

 

             กระบวนการสร้างกระบี่สำริดมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

             เริ่มแรก จะสร้างแม่พิมพ์ที่เป็นร่องรูปสันกระบี่ จากนั้นจะนำสำริดที่ถูกหลอม (สำริดที่มีดีบุกผสมอยู่ 10%) เทลงไปในแม่พิมพ์ แล้วทำให้เย็น

             หลังจากนั้น ส่วนสันกระบี่ที่ถูกหล่อเสร็จแล้วนั้น จะถูกย้ายออกจากแม่พิมพ์เดิมไปวางไว้ในแม่พิมพ์ใหม่ที่เป็นร่อง มีรูปร่างเป็นเส้นตามแนวขอบทั้ง 2 ข้างของสันกระบี่ ตั้งแต่ปลายยันโกร่งกระบี่

ช่างตีกระบี่จะใช้สำริดที่มีดีบุกผสมอยู่ 20 % เทลงไปในแม่พิมพ์ จากนั้นตีให้เป็นรูปคม ทั้ง 2ข้าง แล้วทำให้เย็นลง สำริดชนิดใหม่ที่ถูกหล่อขึ้นจะหลอมรวมกับสันกระบี่เป็นเนื้อเดียวกัน จบขั้นตอนนี้ การตีกระบี่ ถือว่า เสร็จสมบูรณ์

 

ภาพที่ 4-2 (2)   กระบี่สำริดแบบต่างๆ[2]


             

 

ภาพที่ 4-2 (3)   เปรียบเทียบกระบี่โบราณ (บน) และกระบี่ยุคหลัง (ล่าง)[3] 

 

             แม้ตกอับจากการสงคราม แต่กระบี่ไม่ดับสิ้นเฉกเช่นศาสตราวุธอื่นที่หมดบทบาทในการศึก   วิชากระบี่ยังคงถ่ายทอดกันตามเมือง หมู่บ้าน หรือดินแดนต่างๆในจงหยวน ศาสตราวุธนี้ฟื้นคืน และเรืองโรจน์เจิดจ้ากลบรัศมีอาวุธอื่นๆทั้งสิ้นในแวดวงยุทธจักร   

             ความรุ่งเรืองของกระบี่เห็นได้ทุกยุคทุกสมัย   ช่วงสมัยราชวงศ์ซ่งมีการแสดงรำกระบี่ตามหัวเมืองต่างๆ  สมัยราชวงศ์หมิงมีบันทึกเกี่ยวกับกระบี่กล่าวถึงกระบวนท่าต่างๆ มีภาพประกอบ และคำอธิบาย สมัยราชวงศ์ชิงมีหนังสือของซ่งจื่อฟ่ง (宋仔鳳) หลังจากแพร่หลายออกไป กระบี่ก็ถูกจัดเข้าทำเนียบศาสตราวุธ เป็นอาวุธที่ชาววงยุทธจักรต่างชื่นชอบ และมีการประลองยุทธ์กันมากที่สุด

             ทำไมกระบี่จึงถูกขับออกจากการทหาร แต่กลับได้รับการยกย่องในหมู่ชาวยุทธจักร?   เป็นเพราะวิชากระบี่ลึกซึ้งเกินไป มีคำกล่าวว่า “ฝึกดาบ 1 ปี ฝึกกระบี่ 10 ปี” ผู้เยี่ยมในกระบี่จึงมีแต่ชนชั้นยอดฝีมือเท่านั้น ยากที่เหล่าทหารร้อยพ่อพันแม่จะใช้กระบี่ได้ดีเลิศเหมือนกันหมด ทั้งกว่าจะใช้ได้คล่องแคล่วก็หมดเวลาหลายปี   ดาบที่วิธีใช้กระบวนท่าเป็นการเคลื่อนไหวพื้นฐาน เข้าใจง่ายกว่ากระบี่ การฝึกให้ใช้ดาบเป็นก็เสียเวลาน้อยกว่า เมื่อคำนวณด้านความเหมาะสมแล้ว ดาบจึงถูกเลือกแทนกระบี่

             มีเรื่องน่าสนใจว่า บุคลิกกระบี่ถูกวาดเอาไว้ก็คือ อาวุธท่วงท่าสุขุม นิ่มนวล แต่สยบคู่ต่อสู้ให้อยู่ใต้คมได้   กระบี่นี้ ชาวจีนนำไปเปรียบกับบัณฑิตสุภาพที่เพียงออกมือก็เอาชัยปรปักษ์ได้เยี่ยงนักรบชั้นยอด หรือเป็นดั่งนักรบหาญกล้าที่สัประยุทธ์ด้วยท่วงทีคัมภีรภาพเฉกเช่นบัณฑิตผู้ทรงภูมิ   กระบี่มีลักษณะ 2 แบบอย่างที่ชาวจีนชื่นชมดำรงอยู่ในตัวของมันเอง ฉะนั้นฐานะของกระบี่จึงถูกยกอยู่เหนืออาวุธอื่นๆ

             อำนาจ ภูมิปัญญา ยศถา ผู้อยู่เหนือโลก   กระบี่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งเหล่านี้ ขุนนางระดับสูงมีกระบี่แสดงถึงบรรดาศักดิ์ แม่ทัพชูกระบี่บัญชาการ เหล่ากวีพกกระบี่ร่ายกลอน นักพรตเต๋าใช้กระบี่ประกอบพิธี   ว่าไปแล้ว กระบี่ถือเป็นตัวแทนจิตวิญญาณของชาวแผ่นดินมังกร เฉกเช่นดาบเป็นจิตวิญญาณของชาวอาทิตย์อุทัย

             มีคำกล่าวว่า กระบี่คือราชาแห่งอาวุธสั้น คำพูดนี้ไม่ได้โอ่เกินจริง มีดังคำกล่าวหนึ่งในวงยุทธจักรว่า “พลองกลัวดาบ ดาบกลัวกระบี่” คำกล่าวนี้รับรู้ได้ว่า วิชากระบี่สูงส่งเพียงใด ดังนั้นในตำรามากมายจึงมีคำยกย่องว่า “กระบี่เป็นจ้าวแห่งศาสตราวุธทั้งปวง



[1] Yang, Jwing –Ming, Ancient Chinese weapons: a martial artist’s guide  ( Massachusetts: YMAA Publication Center, 1999), หน้า 12

[2] ภาพจาก http://www.chinahistoryforum.com

[3] ภาพจาก http://dana.ucc.nau.edu

Comment

Comment:

Tweet