เขาว่ากันว่า คนเราจะเข้าใจรักต้องเคยผ่านรักแรกมาก่อน 

ไม่นานมานี้ตอนจัดเอกสารก็ได้พบภาพถ่ายผู้หญิงคนแรกที่รัก นับเวลาไปก็ผ่านกาลมานานโขอยู่ 

รร.ผมเป็นรร.ชายล้วน จะรู้จักผู้หญิงได้นี่ก็ยากเต็มที และเธอผู้นี้ ผมได้รู้จักตอนไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น (เป็นการแลกเปลี่ยนตามโครงการของรร.) เธอเป็นโฮสที่ให้การดูแลและให้ความสะดวกในเรื่องต่างๆ 

โตเป็นหนุ่ม ไม่มีเพื่อนสาวเท่าไหร่ ไปพบสาวสวยในต่างแดนก็รู้สึกวาบหวามเป็นธรรมดา

ตอนที่พบกันครั้งแรกคือตอนม.๔ เธอสวมสเวสเตอร์สีเทาอมเีขียว ผมยาวดำขลับ ดวงตาสดใส ครั้งแรกที่พบนั้นก็รู้สึกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่เรียบๆ เอาใจใส่คนอื่นอยู่ตลอดเวลา และอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ทั้งที่โอกาสได้คุยกับสาวๆรุ่นราวคราวเดียวกันก็แทบจะันับครั้งได้ แต่การพูดคุยกับเธอกลับไม่รู้สึกเคอะเขินอะไร ช่วงเวลาที่ได้พบกันครั้งแรกนั้นสั้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากกลับญี่ปุ่นก็ติดต่อกันทางจดหมาย ไม่ก็เก็บเงินเพื่อโทรคุยข้ามประเทศกันเพียงได้ไม่กี่นาที   
ในเวลาถัดมาอีกปี ผมก็ไปร่วมโครงการนี้ของรร.อีก เพราะอยากจะได้พบเธออีก ในตอนนั้นคิดอยู่แล้วว่า ไปแค่เวลาสั้นๆ เวลาได้พบกันคงไม่มากแต่จะน้อยแค่ไหนก็ช่าง แต่ดูชะตาจะคลาดกัน ช่วงที่ไปเป็นช่วงใกล้สอบเอนทรานซ์ของญี่ปุ่น ทำให้นร.ชั้นนั้นส่วนหนึ่งอยู่บ้านอ่านหนังสือกันจึงได้แต่โทรคุยกันทางโทรศัพท์ ตอนนั้นได้บอกสัญญาว่า อีก ๗ ปีจะกลับมาหา เพราะตอนนั้นคงเรียนจบทำงานแล้ว และเพราะต้องรักษาคำพูดทำให้ผมไม่คิดจะคบใครเลย ๗ ปี กว่าจะรู้สึกรักสาวอื่นอีกทีก็เกือบจะจบมหาลัย (ฮา)

ช่วง ๗ ปีนี้ก็เป็นปีที่ทำอะไรซื่อๆตรงๆดี 
ตอนม. ๖ช่วงปัจฉิมนิเทศน์ของรร.ผม ตอนว่างๆก็นั่งเก็บหอยทับทิม หอยเล็กที่สีสันและลวดลายสวยมาใส่โถแก้วส่งเป็นของขวัญให้เธอที่ญี่ปุ่น เคยส่งจดหมายคุยกันอยู่ ตอนรอจดหมายจากอีกฝ่ายนี่ ใจก็รอร้อรอว่าเมื่อไหร่บุรุษไปรษณีย์จะเอาจดหมายมาสักที (ฮา)
ในตอนหลังได้ข่าวว่า เธอมีคนรักและมีชีวิตที่แสนสุข ผมก็ยินดีไปด้วย 
มาวันนี้พอดีตรงกับวันเกิดของเธอจึงอยากเขียนให้แก่ความรู้สึก ความปรารถนาดีในช่วงวัยรุ่นสักหน่อย

คนเราถึงจะไม่ได้เป็นคนรักกัน แต่สายสัมพันธ์คนเราก็ยังต่อเชื่อมกันไปต่อได้ คำเรียกความสัมพันธ์ เพื่อน น้อง แฟน ฯลฯ เป็นแค่ข้อตกลงทางสังคม คนเราอาจโกหก หรือบ่ายเบี่ยงกันได้ แต่สายสัมพันธ์ที่คนเราได้ผูกพันในใจ เราอาจผูกปมมันแน่นกว่าเดิม ดึงมันให้ขาด อันนี้คงไม่อาจโกหกกันได้
สำหรับผม คิดว่าการมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องตัดสายใยผูกพันกับใคร มันเป็นเรื่องวิเศษเรื่องหนึ่งในชีวิต

ในวันนี้ก็ สุขสันต์วันเกิดครับ คุณเพื่อนยาก ^^

วาดร้าวเคลือบทอง

posted on 20 Jan 2013 15:09 by horsupawut directory Lifestyle, Asian, Knowledge
     วันหนึ่งมีรุ่นน้องนำตลับชาดที่แตกร้าวมาให้ซ่อม จึงได้คิดว่าอยากลองซ่อมแบบ "เคลือบทอง(金継ぎ: Kintsugi)" อันเป็นการซ่อมเครื่องกระเบื้องที่ต่างจากที่เห็นกันทั่วไป
 
     โดยปกติแล้ว การซ่อมคือการทำให้ของเดิมคืนสภาพเหมือนเดิม รอยร้าวคือตำหนิที่ควรปกปิด แต่ว่าวิธีเคลือบทองกลับมองต่างไปว่า รอยแตกคือความงามที่ฟ้าสร้างขึ้น ของแตกร้าวไม่จำเป็นต้องปกปิดรอยตำหนิ แต่ทำให้รอยตำหนินั้นโดดเด่นขึ้นมาแทน โดยปกติแล้วจะมีการลงรักประมาณ ๒-๓ ครั้ง โดยครั้งแรกเพื่อประสานรอยร้าว ครั้งต่อๆไปเพื่อเขียนรอยร้าวให้เป็นลายศิลป์ เมื่อลองซ่อมดูก็เกิดอยากลองวิธีปิดทองแบบไทยในงานซ่อมนี้ พบว่า หากไม่ใช้รักผสมทองในการวาดเส้นร้าว ควรใช้ทองเปลวบริสุทธิ์ ไม่ใช่ทองเปลวผสม มิเช่นนั้นอาจเกิดรอยขรุขระไม่เรียบขึ้นได้ และทำให้การเขียนรอยเป็นไปโดยลำบากมาก แก้งานยาก
 
     ขั้นแรก ให้ใช้รักสด (生漆) ประสานรอยร้าว ใช้มาคกี้งเทปช่วยปิด รักษารูปทรงตลับชาด
 
 
 
     ขั้นที่ ๒ รอประมาณ ๒-๓สัปดาห์ ให้รักสดแห้ง ค่อยใช้มีดปาดตัดคราบหรือส่วนเกินที่ไม่ต้องการออก ใช้กระดาษทรายเบอร์ 1500 ขัด

     อีกด้านหนึ่งของตลับชาด
 
 
 
     ขั้นที่ ๓ ทารักผสมทองหรือรักสดรอให้เกือบแห้งค่อยลงทอง
 
 
 
     ขั้นที่ ๔ ลวดลายทองที่เกิดจากการปิดทองลงบนรักสด เมื่อทาทองแล้วหลังจากแห้งให้ปัดทอง-กรวดทองและขัดทอง
   ด้านล่างตลับชาด

     ด้านหลัง 
 
 
งานซ่อมเครื่องกระเบื้องแบบเคลือบทองได้สะท้อนมุมมองน่าสนใจระหว่าง "การซ่อมแบบคืนสภาพ กับการซ่อมแบบเคลือบทอง" อันนึงพยายามลบตำหนิเพราะมองว่ามันจะทำให้ของเดิมด้อยค่าไป มองว่า "ไร้รอยดีกว่าตำหนิ" แต่อีกอันกลับพยายามเพิ่มความเด่นให้ตำหนิเพราะมองว่ามันทำให้ของที่มีอยู่จะมีคุณค่าทางศิลป์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม มองว่า "ตำหนิดีกว่าไร้รอย"

ปลายี่สกในเส้นพู่กัน

posted on 01 Dec 2012 00:23 by horsupawut directory Lifestyle, Asian, Knowledge
     ภาพวาดพู่กันจีน ปลายี่สก ปลาประจำแม่น้ำแม่กลอง และเป็นปลาที่ขึ้นชื่อของแม่กลองมาแต่อดีต อักษรที่เขียนนั้นลองเลียนแบบวิถีการเขียนอักษรจีน แต่ตัวอักษรเป็นอักษรไทย เป็นคำเขียนว่า "ย่านยี่สกปลาดี"
 

ภิรมย์บุรีราช

posted on 13 Feb 2012 15:09 by horsupawut directory Fiction, Knowledge, Diary
เมื่อครั้งได้กลับบ้านล่าสุด ผมเดินทางไปชมสถานที่ต่างๆรวมทั้งเดินเลาะตามเส้นแม่กลอง ยามกลับมาจึงได้ประพันธ์กลอนดอกสร้อย อันเป็นกลอนใช้สำหรับร้อง ให้สอดคล้องกับดินแดนทางนั้นที่